วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้ ICT ทางการพยาบาล

ICT คืออะไร...
  • Information - สารสนเทศ, สารนิเทศ, ในบางครั้งหมายถึงข้อมูล
  • Communication - การสื่อสาร
  • Technology - เทคโนโลยี
  ICT หมายถึง เทคโนโลยีที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับ สรุป คำนวณ จัดเก็บ ค้นคืน จัดทำสำเนา และแพร่กระจาย หรือสื่อสาร ข้อมูล ทำให้ข้อมูลกลายเป็นสารสนเทศที่ดี มีความถูกต้อง ตรงตามความต้องการ และเกิดคุณค่าต่อผู้ใช้

การประยุกต์ใช้ ICT ทางการพยาบาล


  สารสนเทศทางการพยาบาล ( Nursing  Information )  คือ การใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์  ความรู้ทางด้านสารสนเทศ  และความรู้ทางด้านการพยาบาล  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติพยาบาล  การบริการสุขภาพ และการบริหารการพยาบาล  สารสนเทศทางการพยาบาลต้องมีลักษณะสำคัญ  คือ เนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการพยาบาล ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการช่วยจัดการข้อมูลสื่อสาร  หรือการดัดแปลงข้อมูลทางการพยาบาล

คุณลักษณะที่ดีของระบบสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
          ระบบสารสนเทศในการบริหารที่ดี  ควรมีลักษณะ  10 ประการ  คือ
1.พึงระลึกว่าสารสนเทศมิใช่ข้อมูล จึงควรทำการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอในลักษณะของสารสนเทศเพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในการบริหาร
2.ความเกี่ยวพันของสารสนเทศ ( Relevance ) สารสนเทศที่จะรวบรวม ควรเป็นสารสนเทศที่เกี่ยวพันกัน หรือสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้ 
3.ความไวของสารสนเทศ ( Sensitive ) สารสนเทศที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหาร จะต้องมีความไวสามารถบ่งบอกหรือแสดงความหมายในสิ่งที่ต้องการทราบได้ถูกต้อง 
4.ความถูกต้องเที่ยงตรงของสารสนเทศ ( Unbias ) สารสนเทศที่ได้จากการเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ และการนำเสนอ ควรถูกต้องและเที่ยงตรงต่อความเป็นจริง มิใช่เพียงเพื่อให้ผู้บริหารพึงพอใจ 
5.ลักษณะเบ็ดเสร็จของสารสนเทศ หรือการนำเสนอสารสนเทศ ควรอยู่ในลักษณะที่รวบรวมสิ่งสำคัญๆ สามารถตรวจสอบหรือพิจารณาโดยผู้บริหารได้โดยง่ายหรือง่ายต่อความเข้าใจ 
6.เวลาที่เหมาะสมของสารสนเทศ สารสนเทศที่ได้รับการเก็บรวบรวม วิเคราะห์และจัดเตรียมจะต้อง ทันเวลาในการที่จะต้องใช้งาน 
7.สารสนเทศเพื่อเน้นการดำเนินการ ( Action Oriented ) สารสนเทศควรจะได้รับการวิเคราะห์ ในลักษณะที่สนับสนุนกระบวนการบริหาร การวินิจฉัยสั่งการหรือการดำเนินการต่างๆในอนาคต 
8.รูปแบบลักษณะเดียวกันของสารสนเทศ ( Uniformity ) สารสนเทศที่ดีควรจะมีลักษณะที่คล้ายคลึง มีรูปแบบเดียวกัน สามารถเปรียบเทียบใช้สารสนเทศร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน 
9.สารสนเทศเพื่อเป้าหมายการปฏิบัติการ ( Performance Target ) สารสนเทศควรได้รับการกำหนด และเก็บรวบรวมโดยอาศัยวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เป็นพื้นฐาน 
10.ความคุ้มค่าของสารสนเทศ ( Cost Effectiveness ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการรวบรวม การวิเคราะห์ และการนำเสนอสารสนเทศควรมีมากกว่าต้นทุนที่ใช้ 



แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
1.นำมาใช้ในการจัดคนจัดเวร ( Staffing and Scheduling ) โดยอาศัยข้อมูลที่บันทึกไว้เกี่ยวกับผู้ป่วย และบุคลากรพยาบาลที่สามารถแบ่งประเภทผู้ป่วยได้ และมีกิจกรรมการพยาบาลที่ได้ปฏิบัติแล้วปรากฏในคอมพิวเตอร์ ก็จะสามารถคาดคะเนความต้องการบุคลากรพยาบาลได้ และจัดคนในแต่ละเวรได้โดยเร็วและถูกต้องที่สุดด้วย
2.นำมาใช้ในการประเมินความสามารถในการทำงาน ( Performance Evaluation ) โดยใช้ข้อมูลบุคลากร และการปฏิบัติงานประจำวันเป็นรากฐาน
3. นำมาใช้ในการออกแบบโครงการ จัดตารางการทำงาน และประเมินผลงาน
4.นำมาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจ ในการบริหารเพื่อการหาผลผลิต เพื่อการกำหนดรูปแบบ และวิเคราะห์ประสิทธิผลของการบริหาร การทำนาย การพยากรณ์ในอนาคต การกำหนดแนวโน้มของการดำเนินการ การประเมินโครงการ ซึ่งจะเรียกว่า ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
5.นำมาใช้ในการวางแผนการเงิน และการจัดการ
6.นำมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์

องค์ประกอบที่สำคัญในการจัดระบบสารสนเทศ
( Information System )

          คือ การร่วมวางแผนระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายเทคนิค เนื่องจากการจัดทำระบบสารสนเทศจะเป็นการกำหนดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ต้องมีการร่วมมือกัน  เพราะฝ่านบริหารจะทราบกลยุทธ์  วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีประโยชน์สำหรับองค์กรได้ดี  ในขณะที่ความสามารถทางด้านเทคนิคอาจจะไม่เด่นชัดนัก  ส่วนฝ่ายเทคนิคจะมีความสามารถและความชำนาญทางด้านการสร้างความเป็นเลิศทางเทคนิคแต่ไม่มีความชำนาญทางด้านการบริหารและขาดความรู้ที่เฉพาะทางด้านองค์กรนั้นๆ  ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต้องมีการประสานงานกันอย่างดี  
         แนวคิดของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทางการพยาบาล การทำงานในแต่ละองค์กร แบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนี้ 
1. ระดับปฏิบัติการ
ผู้ใช้ คือ พยาบาลประจำการ
สารสนเทศนำเข้า คือ จำนวนผู้ป่วย ชื่อผู้ป่วย เบอร์เตียง โรค อาการปัจจุบัน ผลการตรวจรักษา เป็นต้น
การปฏิบัติการ คือ การวางแผนการทำงานให้กิจกรรมพยาบาลเป็นไปตามที่ได้วางแผนไว้ การเขียน หรือการบันทึกงานที่ทำ
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก คือ รายงานผลการทำงานแก่พยาบาล รายงานแก่หัวหน้าเวร
          ในระดับปฏิบัติการ การทำงานจะเป็นงานพื้นฐานซึ่งเป็นงานประจำขององค์กร โดยมีวิธีการทำงานค่อนข้างแน่นอน มีกฏเกณฑ์ตายตัว การทำงานเป็นแบบเดิมซ้ำๆ กันได้ปริมาณงานที่ค่อนข้างมาก
2. ระดับควบคุมการปฏิบัติการหรือระดับบริหารงานระดับต้น
ผู้ใช้ คือ หัวหน้าเวร หัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้าสำนักงาน หัวหน้าห้องตรวจปฏิบัติการ เป็นต้น
สารสนเทศนำเข้า คือ จำนวนผู้ป่วยในหอผู้ป่วยที่รับผิดชอบ จำนวนบุคลากรที่ขึ้นปฏิบัติงาน จำนวนผู้ป่วยหนักในหอผู้ป่วย รายชื่อแพทย์เวร เป็นต้น
การปฏิบัติงาน คือ ควบคุมดูแลการทำกิจกรรมบำบัดที่สำคัญของผู้ป่วยทั้งหมด การวางแผนดำเนินการภายในหอผู้ป่วย การแจกจ่ายแก่บุคลากรภายในหอผู้ป่วย การสรุปงานทั้งหมดของหอผู้ป่วย เป็นต้น
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก คือ การสื่อสารกับหอผู้ป่วยอื่นๆ รายงานผู้ตรวจการ รายงานหัวหน้าแผนก รายงานแพทย์เวร เป็นต้น
          ในระดับการบริหารจัดการระดับต้น จะดำเนินการกำหนดกิจกรรมการทำงานของหอผู้ป่วยของตน การควบคุมผู้ปฏิบัติการ การทำงานจะใช้สารสนเทศจากระดับปฏิบัติการมาเพื่อประกอบการตัดสินใจทำงาน และควบคุมงาน โดยผลจากการทำงานระดับนี้ จะได้รายงานสารสนเทศที่สรุปการทำงานรายเวร รายวัน รายเดือน รายปี เพื่อส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับกลางต่อไป
3. ระดับบริหารระดับกลาง
ผู้ใช้ คือ ผู้ตรวจการพยาบาล หัวหน้างานฝ่ายต่างๆ เป็นต้น
สารสนเทศนำเข้า คือ จำนวนผู้ป่วยในแต่ละหอผู้ป่วย จำนวนผู้ป่วยรวมทั้งแผนก จำนวนผู้ป่วยหนักในแต่ละหอผู้ป่วย จำนวนผู้ป่วยหนักรวมทั้งแผนก จำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานแต่ละหอผู้ป่วย เป็นต้น
การปฏิบัติงาน คือ การวางแผนการทำงาน การให้การช่วยเหลือแก่หอผู้ป่วยที่มีปัญหาต่างๆ การเขียนบันทึกสรุปรายงานและประเมินปัญหา ประเมินผลงานรวมของทั้งแผนก เป็นต้น
          สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก คือ การสื่อสารรายงานที่แสดงต่อหัวหน้า เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเพิ่มศักยภาพการทำงานของทุกแผนกงานให้ทำงานได้มาตรฐานและบรรลุตามเป้าหมายอย่างทั่วถึง เป็นต้น
          ในระดับการบริหารจัดการระดับกลาง เป็นระดับการควบคุมที่สูงขึ้นไปอีก โดยจะใช้สารสนเทศจากการทำงานของผู้บริหารระดับต้น รวมทั้งสารสนเทศจากระดับย่อยต่างๆ และจากฝ่ายงานต่างๆ เพื่อวางแผนระยะยาว รวมทั้งร่วมกำหนดยุทธวิธีดำเนินงาน กำหนดกฏระเบียบนโยบายปฏิบัติงาน เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานระดับรองลงมาให้เป็นไปตามนโยบายขององค์กร ผลการทำงานระดับนี้เป็นรายงานสารสนเทศที่สรุปผลจากการทำงานรายปี รายงานจุดด้อย จุดเด่นขององค์กร ส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับสูงต่อไป
4. ระดับบริหารระดับสูง
ผู้ใช้ คือ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล หรือผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล เป็นต้น
สารสนเทศนำเข้า คือ จำนวนผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาล จำนวนบุคลากรแพทย์ จำนวนบุคลากรพยาบาล เงินงบประมาณ รายรับรายจ่ายรวม เป็นต้น
การปฏิบัติงาน คือ การวางแผนกลยุทธ์ การกำหนดนโยบาย การจัดสรรเงินงบประมาณ เป็นต้น
สารสนเทศที่ได้ / ส่งออก คือ ผลประโยชน์ ผลกำไร รางวัล ชื่อเสียง การรับรองมาตรฐาน เป็นต้น
          ในระดับการบริหารจัดการระดับสูง จะใช้สารสนเทศที่รายงานจากการทำงานของผู้บริหารระดับกลาง ของหลายแผนกงาน มาประกอบกับสารสนเทศภายนอกองค์กร รวมถึงใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ส่วนตัวในการตัดสินใจ เพื่อวางแผนระยะยาว กำหนดยุทธวิธีให้องค์กรประสบความสำเร็จ มีผลกำไร ซึ่งผลการทำงานระดับนี้ได้สารสนเทศนำเสนอต่อประชาชน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น สาธารณชน รัฐบาล เป็นต้น
          ในแต่ละระดับของผู้ใช้ ต้องการใช้สารสนเทศที่แตกต่างกันออกไป โดยในระดับที่สูงขึ้น ความต้องการสารสนเทศจะเป็นแบบสรุป ผ่านการดำเนินการกลั่นกรองแล้วจากผู้ใช้ระดับล่าง โดยในระดับสูงสุดจะต้องใช้สารสนเทศจากภายนอกองค์กร รวมทั้งใช้ประสบการณ์ส่วนตัวไตร่ตรองพิจารณาจึงตัดสินใจออกมาเป็นแผนงาน ระยะยาวขององค์กร
อ้างอิง : http://ssru-mahnu.blogspot.com/
http://ict-pr.kkn5.go.th/forum.php?mod=viewthread&tid=62
http://mickey-mook.exteen.com/20090731/ict-1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น